ภาวะที่น้ำมันแพงขึ้นในปัจจุบัน จากราคาลิตรละ 15-17 บาทในอดีต ได้ถีบตัวขึ้นเกือบจะ 30 บาท ทำให้เกิดความเดือนร้อนกันทั่วหน้าเนื่องจากรายได้เกือบครึ่งหนึ่งได้ถูกจ่ายออกไปกับค่าน้ำมันรถ การหาพลังงานมาเพื่อทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงมีความจำเป็น พลังงานที่ช่วยในการทดแทนที่ได้ดีและเป็นที่นิยมเลือกใช้คือ แก็สธรรมชาติ NGV และก๊าซหุงต้ม LPG โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 50-60% ซึ่งก๊าซทั้งสองชนิดมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน
#แก๊สธรรมชาติ NGV / CNG
แก๊ส NGV หรือ CNG เป็นแก๊สที่ได้มาจากการขุดเจาะตามแหล่งต่าง ๆ เช่น จากอ่าวไทย จากแม่เมาะ จากน้ำพอง เจาะขึ้นมาได้จะอยู่ในรูปของแก๊สและมีความดันสูง ประมาณ 3,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว นำมาใช้งานด้วยการเดินท่อเข้า สู่ปั้มหัวจ่ายเท่านั้นไม่คุ้มค่าหากใช้การขนย้ายโดยทางรถบรรทุก
-ข้อดีคือ
ราคาถูกกว่า เมื่อรั่วไหลออกมาจะระเหยทันที ไม่มีสีและกลิ่น
-ส่วนข้อเสีย
มีอันตรายอาจระเบิดได้หากใช้ถังที่ไม่ได้มาตรฐานเนื่องจากมีความดันสูงมาก ๆ มีผลต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์ เนื่องจากยังไม่ผ่านการกลั่น หาปั้มเติมลำบาก เนื่องจากการขยายสถานีบริการจะต้องเดินท่อเท่านั้น ต้องใช้เวลาอีกนานมาก กว่าจะขยายครอบคุมพื้นที่ และทุนในการเปิดสถานีบริการประมาณ 50 ล้าน เหมาะที่จะนำไปใช้งานกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ วิ่งได้ระยะทางใกล้ ๆ
#ก๊าซหุงต้ม หรือ LPG
เป็นก๊าซที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ซึ่งในปัจจุบันมีมากมาย และมีการส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศมากกว่า 1 ล้านลิตรต่อวัน ความดันของ LPG ประมาณ 80 ปอนด์/ตร.นิ้ว สามารถขนย้ายด้วยรถบรรทุกได้เนื่องจากเป็นของเหลว
-ข้อดีคือ
เนื่องจากอยู่ในรูปของเหลว และมีความดันน้อยกว่าจึงไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่มี น้ำหนักมากเกินไป มีสถานีให้บริการทั่วประเทศมากกว่า 200 สถานี วิ่งได้ระยะทางมากกว่า ราคาค่าติดต้นถูกกว่า NGV อันตรายจากการระเบิดมีน้อยกว่า เนื่องจากผ่านการกลั่นแล้วจึงทำให้การชำรุดของเครื่องยนต์มีน้อยกว่า
-ส่วนข้อเสีย
เมื่อมีการรั่วใหลออกมาจะเป็นไออยู่กับบริเวณพื้น เนื่องจากน้ำหนักมากกว่าอากาศ อาจติดไฟได้ และมีกลิ่นแก๊สไข่เน่าที่ใส่ไว้เพื่อเช็คการรั่วของแก๊ส ราคาจะแพงกว่า NGV ประมาณ 2-3 บาท